ซีรีย์ญี่ปุ่น ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่น (ญี่ปุ่น: テレビドラマ; โรมาจิ: Terebi Dorama) ในประเทศญี่ปุ่นมักเรียก โดรามะ (ญี่ปุ่น: ドラマ; โรมาจิ: Dorama) หรือที่นิยมเรียกในประเทศไทยว่า ซีรีส์ญี่ปุ่น คือละครโทรทัศน์ในภาษาญี่ปุ่นหรือผลิตในประเทศญี่ปุ่นที่ออกอากาศอย่างเป็นประจำทางสถานีโทรทัศน์รายใหญ่ เช่น เอ็นเอชเค ทีวีอาซาฮิ นิปปอนทีวี ทีบีเอสทีวี และ ฟูจิทีวี เป็นต้น ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะผลิตไม่เกิน 15 ตอนและจะมีเพียงแค่ 1 ฤดูกาล บางเรื่องอาจมีการนำมังงะหรือนวนิยายมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ อีกทั้งเนื้อเรื่องจะให้ความสำคัญไปทางการแก้ปัญหาในที่ทำงาน ครอบครัว โรงเรียน หรือความรักของตัวละครหลักเป็นสำคัญ ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นที่มีแก่นเรื่องเป็นรักสามเส้ามักจะมีผู้ชมหลักเป็นแม่บ้านหรือหากมีตัวละครเป็นคนหนุ่มสาวก็จะมีผู้ชมหลักเป็นคนหนุ่มสาว แต่ในทางกลับกันตัวละครหลักที่เป็นม้ายหรือถูกหย่าจะพบเห็นได้ยาก
ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นเรื่องแรกที่มีการบันทึกไว้คือ ยูเงมาเอะ (ญี่ปุ่น: 夕餉前; โรมาจิ: Yūgemae) ของสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคที่ออกอากาศในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1940 มีความยาวเพียงประมาณ 12 นาทีเนื่องด้วยกล้องบันทึกภาพที่มีความไวแสงต่ำมากทำให้นักแสดงต้องถ่ายทำภายใต้ความร้อนจากแสงไฟจำนวนมาก ประกอบกับห้วงเวลาการออกอากาศที่จำกัด ณ ขณะนั้น ทำให้มีความยาวที่สั้น ประพันธ์บทโดยฮารูเบะ อิมะ เป็นเรื่องราวง่าย ๆ ของลูกชายและลูกสาวทั้งสองที่กำลังเฝ้ารอแม่ของพวกเขากลับมารับประทานอาหารเย็นด้วยกัน หลังการออกอากาศจบลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสาร มาซาโนริ คัตสึ ได้โทรศัพท์ไปยังห้องส่งของสถานีโทรทัศน์เพื่อสั่งให้ออกอากาศซ้ำอีกครั้ง กล่าวกันว่ายูเงมาเอะเป็นต้นแบบของละครโทรทัศน์ครอบครัวสมัยใหม่ในปัจจุบัน ในปี 1961 สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคได้ริเริ่มการออกอากาศละครโทรทัศน์ในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 8:00 น. ถึง 8:15 น. ของวันจันทร์จนถึงวันศุกร์ตลอดทั้งปีและมีนักแสดงนำเป็นผู้หญิง โดยรูปแบบของละครโทรทัศน์และการออกอากาศดังกล่าวถูกเรียกว่า อาซาโดระ ในช่วงต้นของการผลิตละครโทรทัศน์รูปแบบดังกล่าว
ผู้ผลิตได้นำนวนิยายโดยนักเขียนชื่อดังมาถ่ายทำ เช่น อากัตสึกิ (ญี่ปุ่น: あかつき; โรมาจิ: Akatsuki) ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายโดย ซาเนอัตสึ มูชาโนโกจิ ออกอากาศในปี 1963 เป็นเรื่องราวของศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยที่ผันตัวเป็นจิตรกร หรือนวนิยายของยาซูนาริ คาวาบาตะ ที่ถูกดัดแปลงเป็นอาซาโดระและออกอากาศในปี 1965 เรื่อง ทามายูระ (ญี่ปุ่น: たまゆら; โรมาจิ: Tamayura) ทั้งนี้ อาซาโดระในปี 1983 สงครามชีวิตโอชิน (ญี่ปุ่น: おしん; โรมาจิ: Oshin) เป็นละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นที่สามารถทำเรตติงเฉลี่ยได้สูงถึง 62.9% ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นและในบรรดาอาซาโดระทั้งหมด สงครามชีวิตโอชิน ถูกซื้อลิขสิทธิ์และออกอากาศในต่างประเทศอีก 60 ประเทศและเกิดคำศัพท์ที่ใช้เรียกอาซาโดระนี้ใหม่ขึ้นมาคือ “โอซินโดรม” หรือ “โอชินโดรม” ส่วนในประเทศไทย บีบีซีรายงานว่าประชุมคณะรัฐมนตรีถูกเลื่อนออกไปเพื่อไม่ให้ชนกับห้วงเวลาออกอากาศของสงครามชีวิตโอชิน และยอดขายหนังสือพิมพ์ไทยก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเริ่มมีการเขียนเรื่องย่อของแต่ละตอนรายสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีผู้ชมบางส่วนที่ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ถ่ายทำของอาซาโดระนั้น ๆ โดยเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นก็ได้มีการจัดจำหน่ายของฝากที่เกี่ยวข้องกับละครโทรทัศน์ จึงถือได้ว่าอาซาโดระเป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยวส่วนท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
ในปี 1963 นั้นการถ่ายทำละครโทรทัศน์เป็นไปได้ยากเนื่องจากข้อตกลงห้าบริษัท (ญี่ปุ่น: 五社協定; โรมาจิ: Gosha Kyōtei) ที่ห้ามบริษัทผู้ผลิตละครโทรทัศน์ว่าจ้างนักแสดงของบริษัททั้ง 5 ไปทำการแสดงให้ แต่ก็สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนั้นได้จนเกิดรูปแบบละครโทรทัศน์แนวย้อนยุค ใหม่ที่เรียกละครไทกะ (ญี่ปุ่น: 大河ドラマ; โรมาจิ: Taiga Dorama) ริเริ่มโดยสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค โดยละครไทกะนั้นจะออกอากาศตลอดทั้งปีจึงมีผลต่อเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมบันเทิงของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยนักแสดงที่ได้รับบทบาทในละครไทกะมักจะเป็นผู้ที่มีความสามารถสูง แต่ในปัจจุบันมีบางส่วนให้ความเห็นว่าผู้ผลิตมักเลือกนักแสดงที่เป็นที่นิยมเสียมากกว่าเพื่อเรียกเรตติง นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา เรตติงของละครไทกะที่ในอดีตสามารถทำได้มากกว่า 20% ได้ค่อย ๆ เริ่มทดถอยลงอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงปี 1990 ซึ่งตรงกับเศรษฐกิจฟองสบู่ ได้เกิดคำศัพท์ใหม่ขึ้นมาในแวดวงละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นคือ “ละครสมัยนิยม” (ญี่ปุ่น: トレンディドラマ; อังกฤษ: Trendy Drama) ที่นักประพันธ์บทละครโทรทัศน์หันมาเริ่มเขียนเนื้อเรื่องในอาชีพการงานที่มีความตึงเครียดหรือเรื่องราวใกล้ตัวของผู้ชมมากกว่าการยังคงเขียนบทละครโทรทัศน์แนวความรัก (ญี่ปุ่น: 恋愛ゲ; โรมาจิ: Re’nai) และเลือกนักแสดงที่เป็นไอดอลหรือกำลังได้รับความนิยมอยู่มานำแสดง[ ซึ่งผลตอบรับที่ได้กลับดีกว่าที่ผู้ผลิตคาดหวังไว้เนื่องจากผู้ชมรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังประสบพบเจอกับสภาพแวดล้อมเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถรับแรงบันดาลใจในการทำงานหรือใช้ชีวิตต่อไปได้อีกด้วย เช่น กู๊ดลัก!! (ญี่ปุ่น: グッドラック!!; อังกฤษ: Good Luck!!) ที่เป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับนักบินของสายการบินแห่งหนึ่ง โดยในตอนแรกของการออกอากาศสามารถทำเรตติงได้ถึง 31.6% ซึ่งเป็นการการันตีถึงความนิยมของละครโทรทัศน์เรื่องนี้
อีกทั้งหลังการออกอากาศจบลง ก็มีผู้ชมส่วนหนึ่งที่เริ่มสนใจและสมัครเข้าทำงานในอาชีพธุรกิจการบินมากยิ่งขึ้น มิตะ แม่บ้านพันธุ์แปลก (ญี่ปุ่น: 家政婦のミタ; โรมาจิ: Kaseifu no Mita) ที่มีตัวละครหลักเป็นแม่บ้านชื่อมิตะ ผู้มีอดีตอันโหดร้ายและขมขื่น ซึ่งผู้ประพันธ์บทละครโทรทัศน์ตั้งใจที่จะให้เธอมีเรื่องราวเช่นนั้นเพื่อให้กำลังใจผู้ชมชาวญี่ปุ่นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮกุ ปี 2011 หรือ อดีตนายธนาคารในละครโทรทัศน์เรื่องเฉือนคมนายธนาคาร (ญี่ปุ่น: 半沢直樹; โรมาจิ: Hanzawa Naoki) ที่สามารถเข้าถึงมนุษย์เงินเดือนได้มากเพราะมีการสื่อให้เห็นถึงความอยุติธรรมในองค์กรที่พนักงานบริษัทไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา
ในช่วงปลายปี 2020 หลังจากที่สถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮิได้เข้าไปเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับจีเอ็มเอ็ม ทีวีของประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมสื่อความบันเทิงและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ จึงเริ่มมีกระแสละครโทรทัศน์ที่มีแก่นเรื่องเป็นความรักของตัวละครชายและชายด้วยกันที่มักเรียกในประเทศญี่ปุ่นว่า บีแอลโดรามะ (ญี่ปุ่น: BLドラマ; Boy’s Love Drama) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาถึงของละครโทรทัศน์ไทยที่สามารถเรียกความสนใจผู้ชมชาวญี่ปุ่นได้ในเรื่อง เพราะเราคู่กัน (อังกฤษ: 2gether) จึงเกิดความนิยมละครโทรทัศน์ในลักษณะเดียวกันต่อ ๆ กันไป เช่น ยางลบสื่อรัก (ญี่ปุ่น: 消えた初恋; โรมาจิ: Kieta Hatsukoi; อังกฤษ: My Love Mix-Up!) ของสถานีโทรทัศน์ทีวีอาซาฮิ
ที่มีความแตกต่างจากละครโทรทัศน์ความรักของตัวละครชายและชายเรื่องก่อน ๆ เช่น รักใหม่… หัวใจจะวาย (ญี่ปุ่น: おっさんずラブ; โรมาจิ: Ossan Zurabu; อังกฤษ: Ossan’s Love) หรือ เชอร์รีเมจิก ถ้า 30 ยังซิง! จะมีพลังวิเศษ (ญี่ปุ่น: チェリまほ; โรมาจิ: Cherimaho; อังกฤษ: Cherry Magic!) ที่จะแสดงให้เห็นถึงความรักในที่ทำงาน ขณะที่ วุ่นหนัก รักสามคน จะเป็นความรักในโรงเรียน นอกจากนี้ยังส่งผลให้ผู้ชมชาวญี่ปุ่นบางส่วนหันมาสนใจในการเรียนภาษาไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2021 สถานีโทรทัศน์นิปปอนทีวี ได้ร่วมมือกับเน็ตฟลิกซ์ในการเผยแพร่ผลงานผลิตละครโทรทัศน์สู่ผู้ชมทั่วเอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคหลักที่นิปปอนทีวีให้ความสนใจขยายฐานผู้ชม
1. จริงๆ แล้วซีรีส์ญี่ปุ่นไม่ได้เรียกว่า “ซีรีส์”
“ซีรีส์ญี่ปุ่น” ที่เรารู้จักกัน แท้จริงแล้วไม่ได้เรียกว่า “ซีรีส์” ค่ะ แต่เขาเรียกว่า ドラマ (do-ra-ma) ทับศัพท์มาจากคำว่า “Drama” ที่แปลว่า “ละคร” นั่นเอง ถ้าเราอยากจะคุยเรื่องละครกับคนญี่ปุ่นต้องใช้คำว่า ドラマ ค่ะ ถ้าใช้คำว่าซีรีส์คนญี่ปุ่นอาจจะไม่ค่อยเก็ทเท่าไร
2. ละครญี่ปุ่นฉายเป็น Season หรือฤดู
ละครญี่ปุ่นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 Season ค่ะ ตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งต่างจากบ้านเราที่จะถูกปล่อยออกมาเป็นรายปี และจะค่อยๆ ประกาศเรื่องใหม่ หลังจากเรื่องเก่าจบลงไปทีละเรื่อง แต่ของญี่ปุ่นจะประกาศของมาเป็นเซ็ทฤดูค่ะ พอถึงฤดูกาลนี้ละครเริ่มจะลาจอไปแล้ว ก็จะประกาศละครในฤดูกาลต่อไปออกมา นอกจากนี้ละครในแต่ละ Season นั้นก็จะมีฉากและบรรยากาศที่สื่อถึงฤดูกาลนั้นๆ ค่ะ เช่น ละครฤดูหนาว ตัวละครก็จะใส่เสื้อกันหนาวตัวหนาๆ มีหมวก มีถุงมือ ชอบกินพวกอาหารร้อน พวกเมนูต้มหม้อไฟ อะไรพวกนั้นค่ะ แสดงให้เห็นว่านี่หน้าหนาวจริงๆ นะ หรือจะเป็นละครฤดูใบไม้ผลิ เราก็จะเห็นบรรยากาศของดอกซากุระผลิบาน ความสดใสของบรรยากาศแห่งฤดูใบไม้ผลิค่ะ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าคนดูจะได้เห็นถึงความสมจริงค่ะ ประมาณว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ละครดูเป็นปัจจุบัน ถ้าสมมติตอนนี้เป็นฤดูร้อน แต่ละครในทีวีตัวละครกลับใส่เสื้อกันหนาว มันก็ดูแปลกๆ ใช่ไหมล่ะ
3. ความยาว และจำนวนตอนของละครค่อนข้างสั้น
ละครญี่ปุ่นในแต่ละตอนจะมีความยาวประมาณ 46 นาทีค่ะ ยกเว้นตอนแรกกับตอนสุดท้ายของละครจะมีความยาวมากหน่อย มีความยาวถึง 1 ชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง หรือ 2 ชั่วโมงก็ยังมีค่ะ ส่วนจำนวนตอนในแต่ละเรื่อง ละครญี่ปุ่นจะมีประมาณ 8-12 ตอนค่ะ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมี 10 ตอนค่ะ ถือว่าสั้นมากๆ เลย แต่เชื่อไหมคะว่า ถึงแม้จะสั้นขนาดนี้ แต่ละครญี่ปุ่นแต่ละเรื่องสามารถฉายอยู่บนจอโทรทัศน์ได้นานเป็น 3 เดือนเลย
4. ละครแต่ละเรื่องฉายแค่เพียง 1 ตอนต่อสัปดาห์เท่านั้น
ข้อนี้จะเป็นข้อเฉลยค่ะว่า ทำไมละครแค่จำนวนตอน 8-12 ตอน ถึงฉายได้นานเป็นหลายๆ เดือน นั่นก็เพราะเวลาการฉายของละครญี่ปุ่นที่ค่อนข้างแตกต่างจากบ้านเราค่ะ สำหรับเวลาการฉายละครญี่ปุ่น แต่ละเรื่องจะฉายเพียงแค่ตอนละวันต่อสัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าเป็นละครหลังข่าวของไทย ก็จะมีฉายวันจันทร์-อังคาร, พุธ-พฤหัสบดี, และศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งต่างจากของญี่ปุ่นเลยค่ะ ของญี่ปุ่นจะฉายสัปดาห์ละตอนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนจบ กว่าจะถึงตอนสุดท้าย กว่าจะฉายจบก็กินเวลาไปหลายเดือน ครบ Season หนึ่งพอดี
5. ละคร Prime Time อยู่ในช่วง 2 ทุ่ม – 4 ทุ่ม
ช่วงเวลาของละคร Prime Time หรือเวลานาทีทองของละครญี่ปุ่นก็คือช่วง 2 ทุ่ม – 4 ทุ่มค่ะ เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนเพิ่งกลับจากการทำงาน เดินทางถึงบ้าน อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าวอยู่หน้าจอโทรทัศน์ ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาที่มีผู้คนดูโทรทัศน์มากที่สุดค่ะ (ถ้าเป็นบ้านเราก็ประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง-4 ทุ่มครึ่ง) นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลาที่สุดของที่สุดของละครนาทีทองอีกทีด้วยนะคะ ก็คือในช่วงละคร Prime Time นี้ จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เป็นจุดพีคสุดๆ มีคนชมละครมากที่สุด ซึ่งก็คือวันจันทร์ เวลา 3 ทุ่มนั่นเอง ละครเรื่องไหนได้ลงช่วงเวลานี้ นอนรอรับเรตติ้งได้เลย ซึ่งช่วงเวลานี้ก็มีชื่อเรียกด้วยนะคะ เรียกว่า “Getsu9” ละครที่เคยฉายในเวลานี้ เช่น Nodame Cantabile, Love Generation, Rich Man Poor Woman, Shitsuren Chocolatier เรตติ้งของละครช่วงนี้ก็มักจะสูงค่ะ อย่างเช่นเรื่อง HERO ที่เคยกวาดเรตติ้งมาถึง 34.03% และในละครญี่ปุ่น Summer Season ในปี 2014 ละครเรื่องนี้ก็ได้กลับมาพร้อมกับภาคที่ 2 ค่ะ และยังได้ลงในช่วงเวลา Getsu9 อีก จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง เป็นที่น่าจับตามองเลยค่ะ
6. Renzoku และ Tenpatsu
ใครที่ดูละครญี่ปุ่นต้องได้เจอศัพท์ 2 คำนี้อยู่บ่อยๆ ค่ะ เป็นศัพท์ที่คอละครญี่ปุ่นต้องเรียนรู้ไว้เลยค่ะ ซึ่ง 2 ชื่อนี้เป็นชื่อเรียกของลักษณะละครค่ะ Renzoku คือละครฉายต่อเนื่อง หลายๆ ตอนค่ะ ต้องดูต่อเนื่องไปหลายๆ ตอนจนจบถึงจะเข้าใจ ว่าง่ายๆ ก็คือ พวกละครที่ฉายตามตารางปกติในตอนเช้า บ่าย เย็น หรือช่วง Prime Time นั่นเอง ส่วน Tenpatsu หมายถึงละครภาคพิเศษค่ะ หรือภาค Special นั่นเอง ซึ่งตามปกติละครญี่ปุ่นจะไม่มีการยืดค่ะ พอครบจำนวนตอนก็จะจบเลย เรตติ้งดียังไงก็จะไม่ยืดค่ะ แต่จะทำเพิ่มในรูปแบบละครภาคพิเศษ หรือไม่ก็ภาคต่อไปเลย ละครญี่ปุ่นในแต่ละ Season ก็จะมีทั้งละครแนว Renzoku และ Tenpatsu ฉายควบคู่กันไปค่ะ
7. ฤดูหนาวคือช่วงเวลากอบโกยเรตติ้งของละครญี่ปุ่น
เรื่องเรตติ้งมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ ทั้งพล็อตเรื่องของละคร ดารา-นักแสดงที่มาเล่นละครเรื่องนั้นๆ และขึ้นอยู่กับช่วงเวลาค่ะ ซึ่งใน 4 ฤดู ฤดูที่คนจะดูละครมากที่สุดก็คือ “ฤดูหนาว” ค่ะ เพราะว่าเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกนอนอยู่ในบ้าน ทำให้เป็นช่วงเวลาที่มีคนชมละครญี่ปุ่นเยอะเลยทีเดียวค่ะ
8. ไม่ค่อยมีละครรัก
ละครญี่ปุ่นมีหลากหลายแนวค่ะ ถ้าแนวชีวิตจะเรียกว่า Human Drama แนวสืบสวนสอบสวนจะเรียกว่า Detective Drama แนววัยรุ่นจะเรียกว่า Seishun Drama ส่วนละครรักจะเรียกว่า “Ren-ai” ซึ่งเป็นแนวละครที่พบได้น้อยแล้วในละครญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน เพราะญี่ปุ่นมีแนวการทำละครแบบ Trendy Drama ที่มุ่งนำเสนอเรื่องราวที่สมจริงของสังคม พาคนดูหันสู่ความจริง และช่วยเสนอแนะแนวทางแก้ไขไปในละคร ทำให้ปัจจุบันเราจะพบเห็นละครญี่ปุ่นแนวให้กำลังใจ แนวอาชีพ แนวชีวิตเยอะ แต่แนวรักๆ ใคร่ๆ กุ๊กกิ๊กๆ จะหาได้น้อยค่ะ และถ้าจะทำละครรัก ก็มักจะแทรกข้อคิด เรื่องราวของแรงบันดาลใจเข้าไป ให้ดูสมจริง และเป็นละครรักที่ให้ข้อคิดด้านอื่นๆ ของชีวิตไปด้วยค่ะ
9. ละครญี่ปุ่นในแต่ละ Season มีหลายเรื่องมาก!
รู้ไหมคะว่าในแต่ละ Season มีละครญี่ปุ่นทั้งหมดกี่เรื่อง??? เฉลยค่ะ… ในแต่ละ Season มีละครทั้งหมดประมาณ 30-40 เรื่องเลยค่ะ เนื่องจากละครญี่ปุ่นฉายตอนละประมาณชั่วโมง (รวมโฆษณา) ทำให้ละครญี่ปุ่นมีความสั้น สามารถสร้างละครหลายๆ เรื่องมาฉายต่อกันได้ และมีหลายช่วงเวลาที่ออกอากาศ มีช่องโทรทัศน์หลายช่องทั้งฟรีทีวี และเคเบิลทีวี ทำให้ละครญี่ปุ่นมีหลายเรื่องค่ะ ใครเป็นแฟนละครญี่ปุ่นนี่ ขอบอกเลยว่า ในแต่ละ Season ดูกันตาแฉะเลยล่ะค่ะ
House of Ninjas (2024) เฮาส์ ออฟ นินจา
เรื่องราวของตระกูล “ทาคิวาระ” อดีตตระกูลนินจาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่หลังจากภารกิจลับในอดีตผิดพลาด ตระกูลทาคิวาระก็ตัดสินใจสละทิ้งวิถีชีวิตนินจาและใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ทว่าหลายปีต่อมา วิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น mengancamจะเขย่าทั้งประเทศญี่ปุ่น ทายาทรุ่นสุดท้ายของตระกูลทาคิวาระ “ทาคิวาระ เรียว” ต้องตัดสินใจกลับมารับสืบทอดวิชานินจา ฝึกฝนร่างกายและจิตใจ รวมไปถึงสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจ ปกป้องประเทศ และชะตากรรมของตระกูลทาคิวาระ
Tokyo Swindlers (2024) สิบแปดมงกุฎโตเกียว
จิเมงฉิคือมิจฉาชีพที่ปล้นเงินก้อนโตด้วยการปลอมตัวเป็นเจ้าของที่ดินประกาศว่าอยากขายที่ดินโดยใช้เอกสารปลอม กลุ่มจิเมงฉิประกอบด้วยหัวหน้า ฝ่ายเจรจา ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายปลอมแปลงเอกสารและฝ่ายบุคคลผู้เฟ้นหาคัดเลือกตัวปลอม การจะโกงเงินนับพันล้านเยนพวกเขาต้องอาศัยเทคนิคอาชญากรรมขั้นสูงและแม่นยำและทีมนี้มีผู้นำคือแฮริสัน ยามานากะ (เอตสึชิ โทโยคาวะ) เป็นหัวหน้าและมันสมองของทีมที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง โดยที่เบื้องหน้าคือทาคุมิ สึจิโมโตะ (โก อายาโนะ) ในการหลอกลวงต้มตุ๋นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตบเงินเป็นพันล้านเยนได้อย่างแนบเนียนและทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนกระทั่งแฮริสันต้องการทำงานที่ใหญ่ขึ้นที่จะโกงเป็นระดับหมื่นล้านเพื่อสร้างประวัติศาสตร์การต้มตุ๋นของจิเมงฉิและยังเพื่อกระตุ้นความตื่นเต้นของตัวเอง แน่นอนการทำงานใหญ่ขึ้นความยากก็เพิ่มมากขึ้นเพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ที่หมายตาไว้ก็เขี้ยวลากดินแล้วทีมจิเมงฉิขั้นเทพจะทำงานยักษ์ครั้งนี้สำเร็จหรือไม่
Chastity High (2024) โรงเรียนห้ามรัก
โรงเรียนสหกิจอะซูรันมีกฎข้อสำคัญคือ ห้ามนักเรียนมีความรักและมีเพศสัมพันธ์ หากไม่ทำตามต้องออกจากโรงเรียนทำให้นักเรียนหลายคนรวมถึงเพื่อนสนิทของ อาริซาวะ อิจิกะ นักเรียนสาวผู้ไม่สนใจในความรัก เนื่องด้วยภาระหนี้สินอันมหาศาล ยูจิกะไม่อาจทนให้แม่ทำงานหนักเพียงคนเดียวได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจปกป้องความลับของเหล่านักเรียนเพื่อแลกกับเงินโดยใช้ชื่อว่า เลิฟคีปเปอร์ กิจการของเธอเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้ถูก เรียวโกะ มากิ รู้ถึงตัวตนเข้า พวกเขาทั้งสองจึงตัดสินใจร่วมมือกัน !!!
My Undead Yokai Girlfriend (2024) แฟนสาวโยไคที่รักของผม
แฟนสาวโยไคที่รักของผม บอกเล่าเรื่องราวของ ฮาจิ (ฮายาโตะ ซาโนะ) นักศึกษามหาวิทยาลัยรู้สึกเบื่อเต็มทนกับความรู้สึกเหมือนพวกขี้แพ้ แต่วันหนึ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้เผอิญไปทำพิธีกรรมที่เจอมาบนอินเทอร์เน็ต และไปอัญเชิญโยไคนามว่า อิซซี่ (ไอ โยชิกาวะ) มายังโลกมนุษย์ สำหรับผู้เขียนแล้วการดูหนังดูซีรีส์มาครึ่งค่อนชีวิตได้ทำมาหาเลี้ยงชีพช่วงหนึ่งจากการดูหนังจนมีหนังและซีรีส์ผ่านตามาไม่น้อย แล้วถ้าว่ากันที่ช่วงที่ทำอาชีพที่ต้องดูหนังที่บางครั้งเลือกไม่ได้ทำให้หนังบางเรื่องที่ไม่ใช่แนวหรือไม่อยากดูเท่าไหร่แต่เมื่อต้องทำงานส่งก็จำใจต้องดู อันเป็นที่มาของการดูหนังได้หลากหลายแนวลามไปจนกลายเป็นระยะหลังหนังหรือซีรีส์
ที่ผู้เขียนจะดูอาจเป็นแนวที่มีดราม่าหนักบ้างเบาบ้างปะปนแต่ยังไงก็มองหาว่ามีหรือไม่ ความถนัดเฉพาะทางเลยไปทางดราม่าที่เมื่อวัยล่วงเลยเข้ามาป่านนี้บางอย่างมันฝังไว้ในหัวจนสลัดยากคืออาการคิดมากและละเอียดในการดู ทว่าการใช้ชีวิตโดยการดูหนังดูซีรีส์ทุกวันต่อให้ไม่มีเวลาก็ทำให้วุฒิภาวะบางอย่างมีมากขึ้นหรืออาจจะเรียกได้ว่าสูงสุดคืนสู่สามัญ นั่นคือเมื่อคนชราภาพก็จะคล้ายกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งและสำหรับผู้เขียนเป็นแบบนั้นในการดูหนังดูซีรีส์ในปัจจุบันเพราะสามารถปล่อยวางบางอย่างที่ติดตัวมา จนกลายเป็นว่าบางครั้งปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับความบันเทิงตรงหน้าถ้ารู้ว่าสิ่งที่เห็นคือการตั้งท่ามาเพื่อบันเทิงเช่นเดียวกับซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องนี้
Gannibal Season 1 (2022) หมู่บ้านกินคน ซีซั่น 1
หลังจากก่อเหตุร้ายแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไดโกะ อากาวะ ได้พาภรรยาและลูกสาวไปอยู่ที่หมู่บ้านบนภูเขาอันห่างไกลของคูเกะ ดูเหมือนว่าจะเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการฟื้นตัวจากเหตุการณ์เลวร้ายนี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคนก่อนที่เคยประจำการอยู่ที่นั่นจะหายตัวไปอย่างลึกลับก็ตาม วันหนึ่ง ศพของหญิงชราถูกพบบนภูเขา ครอบครัวโกโตะบอกว่าเธอถูกหมีโจมตี แต่ไดโกะสังเกตเห็นรอยกัดของมนุษย์ ในไม่ช้าก็ชัดเจนว่าไม่ใช่ทุกอย่างในหมู่บ้านจะเป็นอย่างที่เห็น
Gannibal Season 2 (2025) หมู่บ้านกินคน ซีซั่น 2
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านสมมติของประเทศญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มอย่าง “ไดโงะ อากาวะ” (รับบทโดย ยูยะ ยากิระ) ที่พึ่งย้ายเข้ามาประจำการที่ใหม่และย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ ในฐานะชายที่อกหักจากความรัก นอกจากนี้ “ไดโงะ อากาวะ” ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิด หลังจากเหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้ลูกสาวของเขาเกิดบาดแผลทางใจ นับได้ว่าเป็นเรื่องดี ที่เขาจะได้ไถ่บาปให้กับลูกสาวและเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทว่าเมื่ออยู่ได้ไม่นาน เขาได้พบกับเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่าง “ไดโงะ อากาวะ” จึงตระหนักได้ว่า หมู่บ้านนี้มีความผิดปกติร้ายแรงรวมไปถึงชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยเฉพาะครอบครัวของ “ไคซึเกะ โกโตะ” (รับบทโดย โช คาซามัตสึ) ที่อาจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวลึกลับภายในหมู่บ้านแห่งนี้ สำหรับเรื่องราวในซีซั่นที่สอง จะพาคนดูไปพบกับความลับที่แท้จริงอันน่าสยองขวัญของหมู่บ้านมากขึ้น พร้อมกับติดตามตัวละครหลักคนเดิมอย่าง “ไดโงะ อากาวะ” ที่พยายามค้นหาว่าเขามีความจำเป็น ที่จะหลบหนีจากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือไม่ จะใช้วิธีไหนที่จะพาตัวคนในครอบครัว “ไคซึเกะ โกโตะ” ที่ชั่วร้ายมาสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้
Who Saw the Peacock Dance in the Jungle (2025) ใครเห็นนกยูงเริงระบำในป่าบ้าง
หลังจากพ่อที่เคยเป็นตำรวจถูกฆ่าในวันคริสต์มาสอีฟ โคมุกิก็เจอจดหมาย ที่อาจเป็นเบาะแสที่โยงไปถึงการสมคบคิดอันตราย เธอจึงร่วมมือกับทนายหนุ่ม เพื่อร่วมมือกันสืบหาความจริง
เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษาหญิงชาย 5 คน โดยในแต่ละตอน โอโนมูระ ยูกิ ที่เข้าสู่สังคมของการทำงานปีแรก จะได้เจอกับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ที่ทำให้เธอหวนคิดถึงเรื่องราวดีๆในช่วงที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย
I Will Rob Your Lover (2024) บริการปล้นหัวใจนายแฟนหนุ่ม
เรื่องราวของ “มินามิ ฮินาโกะ” (ทาเคดะ เรนะ) สาวสวยเจ้าของออฟฟิศแคท คอยให้บริการแก้ไขปัญหาความรักกับลูกค้าผู้หญิง ที่อยากจบความสัมพันธ์กับเหล่าแฟนหนุ่มสุดท็อกซิก โดยเธอสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกรวมไปบุคลิกได้อย่างชำนาญ เพื่อทำให้ผู้ชายที่เป็นเป้าหมายมาตกหลุมรักเธอ ฮินาโกะทำงานร่วมกับคู่หูอย่าง “อาซานุมะ โยสุเกะ” (วาตานาเบะ เคย์สุเกะ) ชายหนุ่มที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและไอที ผู้จะคอยช่วยทำภารกิจให้สำเร็จได้โดยง่าย ซึ่งออฟฟิศแคทไม่เพียงแค่ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของคู่รักแตกหัก แต่ยังฝากบทเรียนให้กับพวกผู้ชายเฮงซวย แล้วคืนความสุขให้กับเหล่าผู้หญิงที่ต้องการความช่วยเหลือ
Miss Target (2024) ล็อกหัวใจ ยัยต้มตุ๋น
“Miss Target ล็อกหัวใจ ยัยต้มตุ๋น” ซีรีส์ญี่ปุ่น แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ เล่าถึง “อาซากุระ สุมิเระ” (มัตสึโมโตะ มาริกะ) นักต้มตุ๋นสาวสวยผู้หาเงินจำนวนมากจากการหลอกลวงให้ผู้ชายมาแต่งงาน โดยเหยื่อที่เธอเพ่งเล็งมักเป็นพวกผู้ชายที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย เพื่อที่เธอจะได้รอดตัวจากการโดนสืบสวน จนได้รับฉายาว่า ‘Miss Target’ เพราะเธอไม่เคยทำภารกิจพลาดเลยสักครั้ง! จนถึงวันที่สุมิเระตัดสินใจจะเลิกเป็นนักต้มตุ๋น และตั้งใจหาคู่ครองรวย ๆ เพื่อแต่งงานอย่างจริงจัง เธอได้พบกับ “มุรามัตสึ มูเนฮารุ” (อุเอสึกิ ชูเฮย์) เชฟทำขนมญี่ปุ่น ผ่านแอปฯหาคู่ แต่เขากลับไม่ได้ร่ำรวยอย่างที่เธอคาดหวัง สุดท้ายแล้วสุมิเระจะเลือกผลประโยชน์เหนือสิ่งที่หัวใจต้องการหรือไม่? ลุ้นกันต่อใน “Miss Target ล็อกหัวใจ ยัยต้มตุ๋น”
Living With Him (2024) สี่ห้องหัวใจให้นายรูมเมท
เนื่องจากพ่อแม่ของเขาไปทำงานบ่อยครั้ง Natsukawa Ryota จึงเป็นผู้ดูแลหลักของน้องสาวและงานบ้าน แต่ในที่สุดเขาก็กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เขาตั้งตารอที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยตัวเอง! อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างน่าประหลาดใจ เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเพื่อนร่วมห้องของเขาคือเพื่อนสมัยเด็กของเขา ทานากะ คาซึฮิโตะ แม้ว่าเขาจะดูสมบูรณ์แบบและมีบุคลิกที่น่าพึงพอใจ แต่คาซึฮิโตะก็ยังไม่มีแฟน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เรียวตะจึงติดตามเขาไปเพื่อค้นหาเหตุผลว่าทำไม แต่ไม่พบข้อบกพร่องใดๆ และพบว่าหัวใจของเขาเต้นรัวกับคำพูดและการกระทำที่ใจดีของคาซุฮิโตะ เมื่อเขาได้รู้จักคาซึฮิโตะมากขึ้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้น ดังนั้นชีวิตการอยู่ร่วมกันของพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้นโดยที่พวกเขาตระหนักรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน!
Secret Makeover (2024) เล่ห์ร้ายยัยจิ้งจอก
บอกเล่าเรื่องราวเธอเป็นนางฟ้าหรือปีศาจ มิตสึโกะ เป็นเป็นผู้ประสานงานร้านค้าครบวงจรที่ปรับแต่งและเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของลูกค้าทั้งภายในและภายนอก เธอจะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของเธอจะประสบความสำเร็จ ลูกค้ารายต่อไปคือ อิมาอิ นัตสึ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่โชคไม่ดีอยู่เสมอ ทั้งสองร่วมมือกันโดยมีเป้าหมายในการทำให้นัตสึเป็นซีอีโอคนต่อไปของบริษัทครอบครัวใหญ่ของพวกเธอ นี่จะเป็นเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จหรือดราม่าสุดระทึกกันแน่
ญี่ปุ่นมีอัตราการพิพากษาลงโทษคดีอาญาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีอยู่ที่ 99.9% ทนายความสามารถเอาชนะโอกาสเหล่านั้นและขอให้ลูกความพ้นผิด แม้ว่าจะมีหลักฐานที่สรุปได้ว่าระบุไว้เป็นอย่างอื่นก็ตาม บางครั้งความดีและความชั่วสามารถสลับข้างได้เนื่องจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ และคนดีก็กลายเป็นคนเลวได้
[/read]