ดูหนังออนไลน์ฟรี ดูหนังชัดไม่กระตุก หนังเต็มเรื่อง HD 2024

ดูหนังใหม่ 2024 หนังออนไลน์ ดูหนังฟรี HD หนังเต็มเรื่อง Netflix

เว็บดูหนังใหม่ ดูหนังฟรีHD หนังเต็มเรื่อง 2024 สามารถดูหนังออนไลน์ได้ฟรีระดับพรีเมี่ยม ดูได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าหนังจะมาจากค่าย Netflix, WeTV, IQIYi, Disney+, HBO, Amazon Prime โดยที่ไม่ต้องเสียเงิน หรือ เสียค่าสมัครสมาชิกใดใด ดูได้ทั้ง Full HD ถึง 4K ดูหนังไม่กระตุกชัด รองรับทุกระบบดูหนังผ่านมือถือ ดูหนังผ่านสาร์ทโฟน ดูหนังผ่านทีวี ดูหนังไม่มีโฆษณากวนใจ สามารถดูต่อจากเดิมโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ หากใครชอบดูหนังออนไลน์ แนะนำเลยดูได้ทันที รองรับทุกระบบ iPhone , Androids หรือ สมาร์ท TV เสียงชัดหนังพากย์ไทย ซับไทย หนังซีรี่ย์ หนังการ์ตูน หนังแอคชั่น หนังผี หนังบู๊ หนังตลก มีหนังให้เลือกทั้ง 2 ภาษา อินเทอร์เน็ตช้าก็สามารถดูหนังออนไลน์เว็บไซต์ nunghd.net ได้เพราะเรามีระบบ Auto ความละเอียด 360 720 1080 รองรับแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ตช้า

ดูหนังออนไลน์ ซีรี่ย์ฝรั่ง » ดูหนังฟรี

ประเภท

Action หนังแอคชั่นAdventure หนังผจญภัยBiography หนังชีวิตจริงComedy หนังตลกCrime หนังอาชญากรรมDC UniverseDocumentary สารคดีDrama ดราม่าFamily หนังครอบครัวFantasy จินตนาการHistory หนังประวัติศาสตร์Horror หนังสยองขวัญMarvel UniverseMusical หนังเพลงดนตรีMystry หนังลึกลับRomance หนังรักโรแมนติกSci-fi หนังวิทยาศาสตร์Sport หนังกีฬาThriller หนังระทึกขวัญUncategorizedWar หนังสงครามWestern หนังคาวบอยซีรีย์การ์ตูนซีรีย์จีนซีรีย์ญี่ปุ่นซีรี่ย์ฝรั่งซีรีย์อินเดียซีรี่ย์เกาหลีซีรีย์เอเชียซีรี่ย์ไทยดูหนัง Fantastic Beasts ทุกภาคดูหนัง Hunger Game ฮังเกอร์เกมส์ ทุกภาคดูหนัง Jurassic Park จูราสสิค พาร์ค ทุกภาคดูหนัง Jurassic World จูราสสิค เวิลด์ ทุกภาคดูหนัง King Naresuan ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุกภาคดูหนัง Kung Fu Panda กังฟูแพนด้า ทุกภาคดูหนัง Mission Impossible มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล ทุกภาคดูหนัง Resident Evil เรซิเดนต์อีวิล ผีชีวะ ทุกภาคดูหนัง Star Wars สตาร์ วอร์ส ทุกภาคดูหนัง The Avengers ดิ อเวนเจอร์ส ทุกภาคดูหนัง The Fast and the Furious เร็ว..แรงทะลุนรก ทุกภาคดูหนัง The Lord of the Rings เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ทุกภาคดูหนัง Tokyo Revengers โตเกียว รีเวนเจอร์ส ทุกภาคดูหนัง X-Men เอ็ก-เม็น ทุกภาคดูหนังการ์ตูนดูหนังการ์ตูน Ice Age ไอซ์ เอจ ทุกภาคดูหนังจีนดูหนังเอเชียตัวอย่างหนังหนัง Netflixหนัง R Erotic18+หนังชนโรงหนังญีปุ่นหนังฝรั่งหนังอินเดียหนังเกาหลีหนังใหม่ 2024หนังใหม่ 2025หนังไทยเรียลลิตี้

ซีรี่ย์ฝรั่ง ละครชุด หรือ ซีรีส์ (อังกฤษ: series) เป็นละครที่แบ่งเผยแพร่เป็นตอน (episode) หลายตอนต่อเนื่องกัน เช่น เป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ทุกตอนมีเนื้อหาต่อเนื่องกัน ทั้งมีนักแสดงและมีรูปแบบอย่างเดียวกัน ในอเมริกาเหนือ มักเป็นละครที่แบ่งเผยแพร่เป็นตอน ๆ และอาจยืดเยื้อหลายฤดูกาล (season) โดยตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 ละครชุดหนึ่งมักมี 20–26 ตอน มักเริ่มเผยแพร่ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม แล้วเผยแพร่ซ้ำในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน คือตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม ส่วนก่อนหน้านี้ อาจมีมากถึง 30 หรือ 39 ตอน นับแต่คริสต์ทศวรรษ 2000 มาเป็นอย่างน้อย ละครชุดมักได้รับการสั่งทำหรือสนับสนุนให้ทำเพียง 10–13 ตอนเพื่อประเมินความสนใจของผู้ชม ถ้าเป็นที่สนใจ ก็จะทำเพิ่มจนถึง 20–26 ตอนตามปรกติ  ละครชุดในประเทศอินเดีย (ซึ่งเรียกในภาษาอังกฤษว่า serials) มักมีอย่างน้อย 200 ตอน แต่ละตอนยาว 20–25 นาที ส่วนตอนพิเศษ (เรียกว่า maha-episode) มักยาว 45–50 นาที

[read more]

ละคร กับ ซีรีส์ ต่างกันอย่างไร

ทำความเข้าใจความแตกต่าง จะได้เรียกไม่สลับกัน

1. ละคร: มีการนำเสนอแบบต่อเนื่อง

ละครเป็นรูปแบบที่นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจแบบเป็นเส้นตรง มักจะมีเรื่องราวที่สืบสานต่อกันตลอดทั้งเรื่อง และมักจะมีจุดเริ่มต้นและสรุปเรื่องราวที่ชัดเจน มักมีระยะเวลาการนำเสนอที่เกิน 1 ชั่วโมงต่อตอน.

2. ซีรีส์: มีการร้อยเรียงเนื้อหาเรื่องราวเข้าด้วยกัน

ซีรีส์มีรูปแบบที่แบ่งเรื่องราวออกเป็นตอนๆ โดยที่แต่ละตอนอาจมีเนื้อหาที่แยกกัน แต่มีความเชื่อมโยงสู่เรื่องราวหลัก มีความต่อเนื่อง โดยซีรีส์มักมีระยะเวลาการนำเสนอที่สั้นกว่า 1 ชั่วโมงต่อตอน และอาจมีจำนวนตอนที่มากกว่า ทำให้ผู้ชมสามารถติดตามได้ง่าย

3. ความหลากหลายของเนื้อหา

ทั้งละครและซีรีส์มีความหลากหลายของเนื้อหาที่ทำให้ผู้ชมสามารถเลือกชมได้ตามความสนใจ. ละครมักมีลักษณะที่สามารถสะท้อนสังคมหรือมีความสัมพันธ์กับเรื่องราวทั่วไป ในทำนองเดียวกัน, ซีรีส์สามารถมีลักษณะที่ตระการตาเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงและสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้

4. การนำเสนอ

ละครมักถูกนำเสนอในช่องทางโทรทัศน์ หรือผ่านทางสื่อการสตรีมมิ่งทางอินเทอร์เน็ต. ในขณะที่ซีรีส์มักถูกนำเสนอผ่านทางสื่อการสตรีมมิ่งทางอินเทอร์เน็ตหรือบริการสตรีมมิ่งอื่น ๆ ทำให้ผู้ชมสามารถชมได้ตามความสะดวก

การเลือกชมละครหรือซีรีส์ขึ้นอยู่กับความสนใจและความพร้อมที่จะใช้เวลา ละครมีลักษณะการนำเสนอที่มีความต่อเนื่องและมีความหลากหลายในเนื้อหา, ในขณะที่ซีรีส์มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ชมที่ต้องการเรื่องราวที่สามารถติดตามได้ง่าย การเลือกชมขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ของการรับชมทางบันเทิง

ซีรีส์ NETFLIX เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ปี 2024

Crooks (2024) ทางโจร

ซีรีส์แนวอาชญากรรมของกลุ่มโจรที่ต้องมาห้ำหั่นกันเอง โดยมีเหรียญทองโบราณเล็กๆ เป็นปริศนาทิ้งไว้ทั้งเรื่องว่ามันคืออะไร เหมือนเป็นแนวตามล่าสมบัติผ่านกลุ่มโจรที่บังเอิญต้องมาพัวพันกันแบบยุ่งเหยิงมากๆ โดยตัวเอกคือนักเจาะเซฟที่ใช้สกิลนี้แก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ในเรื่องได้ตลอด และมีตัวเอกอีกคนที่เป็นลูกชายลับๆ ของหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่พึ่งตายไปแล้วยกพินัยกรรมให้เขาทั้งหมด ทำให้คนในตระกูลนี้ออกตามล่าทั้งคู่ที่อยู่ด้วยกันเพราะเหตุจำเป็นบางอย่าง เรื่องนำเสนอตัวละครทั้งคู่แบบคู่กัดที่กลายมาเป็นคู่หูช่วยแก้ไขสถานการณ์ปัญหาของกันและกัน โดยใช้สกิลที่ต่างคนต่างมีดีคนละอย่างช่วยกัน

Files of the Unexplained (2024) ไฟล์พิศวง

ซีรี่ย์ฝึกภาษาอังกฤษเรื่องต่อมามีชื่อว่า Files of the Unexplained หรือ ไฟล์พิศวง เป็นซีรีย์แนวสืบสวนสอบสวนที่จะให้ทุกคนได้ร่วมสำรวจไปกับเรื่องราวที่ดูน่าเหลือเชื่อผ่านการเล่าเรื่องจากประสบการณ์ตรง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนน่าขนลุกและชวนสยองอยู่พอตัว เช่น เหตุการณ์จมน้ำในจอร์เจีย โดยสไตล์ของซีรี่ย์จะออกแนวสัมภาษณ์เป็นหลัก นั่นทำให้ทุกคนจะเข้าใจภาษาอังกฤษผ่านการบอกกล่าวพร้อมได้ศัพท์แปลกใหม่เยอะมากทีเดียว

Heartbreak High

Heartbreak High เป็นอีกหนึ่งซีรีย์แนะนำใน Netflix ที่จะช่วยฝึกทักษะด้านภาษาได้มากขึ้น โดยส่งตรงมาจากออสเตรเลีย เมื่อภาพแผนผังบนกำแพงสามารถเปิดโปงความสัมพันธ์สุดซับซ้อนและเป็นเรื่องลับของเหล่าบรรดาผู้คนในโรงเรียนมัธยมฮาร์ตลีย์ ซึ่งคนที่ทำภาพนี้ก็คือ “อเมอรี่” นั่นทำให้เธอเองต้องรับชะตากรรมกับการถูกคนรอบข้างแสดงท่าทีเหยียดหยาม ซีรี่ส์แนววัยรุ่นที่นำความเป็นจริงมาตีแผ่ให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สนุกและฝึกภาษาได้ดีเยี่ยม

Good Times

มาสนุกกับการ์ตูนฝึกภาษาอังกฤษ Netflix ง่าย ๆ กันบ้าง แอบกระซิบก่อนว่าซีรี่ส์การ์ตูนเรื่อง Good Times จะมีความห่าม แอบทะลึ่ง และกวนประสาทอยู่พอตัว โดยถูกรีเมคขึ้นมาใหม่จากรายการทีวีสุดคลาสสิกในตำนาน เนื้อเรื่องก็เป็นทำนองสมาชิกครอบครัวเอแวนส์รุ่นใหม่ที่พยายามทำทุกวิถีทางในการใช้ชีวิตอันแสนยากจนของพวกเขาในเคหะสำหรับคนจนย่านชิคาโก แม้เป็นการ์ตูนแต่ก็มีความเข้มข้นและมาพร้อมความฮาสาดกันไม่ยั้ง ฝึกภาษาได้ดีแบบรัว ๆ

The Signal (2024) สัญญาณ

Netflix Series แนะนำแบบใหม่แกะกล่องปี 2024 อีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดคือ The Signal ที่บอกเล่าความลึกลับบนอวกาศกับการหายตัวไปของนักบินอวกาศคนหนึ่งจนทำให้ครอบครัวเลือกทำทุกอย่างเพื่อสืบสวนค้นหาความจริง แต่ยิ่งลงลึกไปมากเท่าไหร่ก็เหมือนพวกเขากำลังเจอเข้ากับเรื่องอันตรายมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่คนในครอบครัวแต่อาจหมายถึงผู้คนบนโลกเลยด้วย ดูเรื่องนี้รับรองได้เลยว่าฝึกภาษาอังกฤษกันฉ่ำถึงใจ สายสืบสวนอย่าพลาดเด็ดขาด

Ripley (2024) ริปลีย์

ซีรี่ย์ฝึกภาษาอังกฤษที่มีความน่าสนใจตั้งแต่การเลือกใช้โทนภาพขาวดำเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบคือ RIPLEY เป็นเรื่องของ ทอม ริปลีย์ ชายหนุ่มที่มีความเป็นมิจฉาชีพในตัวที่ได้รับการว่าจ้างจากเศรษฐีให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังอิตาลีเพื่อตามหาลูกชายของเขาให้สำเร็จ พร้อมหาวิธีโน้มน้าวให้กลับมาบ้านในอเมริกา แต่ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะทอมต้องเจอกับความน่าปวดหัวของคำโกหก คำหลอกลวง และอันตรายอีกนับไม่ถ้วน

Unlocked: A Jail Experiment

Unlocked : A Jail Experiment คือซีรี่ย์ Netflix เรื่องสุดท้ายที่อยากแนะนำสำหรับคนชอบสไตล์เรียลลิตี้กึ่งสารคดีกับการไปตามติดชีวิตของเหล่าบรรดานักโทษในคุกแห่งหนึ่งที่อาร์คันซอ สหรัฐฯ ซึ่งนายอำเภอ “เอริก ฮิกกิ้นส์” ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเพิ่มอิสรภาพให้กับนักโทษทุกคนมากขึ้น เพื่อทดลองอะไรบางอย่างทางสังคม ผู้ชมจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแต่ละวันของนักโทษว่าต้องพบเจอกับเรื่องอะไรบ้าง ไปจนถึงเรื่องไม่น่าเชื่ออีกมากมาย สนุกและฝึกภาษาได้อย่างน่าประทับใจ

The Residence (2025) ฆาตกรรมทำเนียบฉาว

“The Residence” หรือ “ฆาตกรรมทำเนียบฉาว” เป็นซีรีส์แนวลึกลับ-สืบสวนจาก Netflix ที่เปิดตัวในปี 2025 เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเกิดคดีฆาตกรรมลึกลับในงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดหรูภายในทำเนียบขาว คดีนี้ไม่เพียงสั่นสะเทือนวงการการเมือง แต่ยังเผยให้เห็นความลับและความซับซ้อนของผู้คนภายในทำเนียบแห่งนี้  เพื่อไขปริศนานี้ คอร์เดเลีย คัพ (รับบทโดย อูโซ อาดูบา) นักสืบหญิงผู้เฉียบแหลมและมีบุคลิกเฉพาะตัว ถูกเรียกตัวเข้ามาสืบสวน เธอต้องร่วมมือกับ เอ็ดวิน พาร์ค (รับบทโดย แรนดัล พาร์ค) เจ้าหน้าที่พิเศษจากเอฟบีไอ ที่แม้จะดูไม่ค่อยเก่ง แต่มีมุกตลกและช่วงเวลาน่าประทับใจ ทั้งสองต้องเผชิญกับความซับซ้อนของคดีและผู้ต้องสงสัยจำนวนมากภายในทำเนียบขาว

Running Point (2025) บอสหญิงกีฬาเดือด

ซีรีส์แนวกีฬาผสมตลกที่นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวผู้ถูกมองข้ามศักยภาพมาตลอดในครอบครัวที่ยึดถือค่านิยมชายเป็นใหญ่ โชคชะตาพลิกผันเมื่อพี่ชายคนโตประสบอุบัติเหตุขณะเมายาและโอนตำแหน่งประธานทีม NBA เวฟให้เธอดูแล ทว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากพี่ชายคนรองและน้องชายที่ไร้ซึ่งความเชื่อมั่นในตัวเธอ รวมถึงนักกีฬาชายในทีมที่พยายามสร้างปัญหาและอุปสรรคให้เธออย่างไม่หยุดหย่อน

MaveriX (2022) มาเวริกซ์

เรื่องราวของเหล่าสิงห์มอเตอร์วิบากวัยทีน ที่ต้องประชันลีลาและความเร็วในการแข่งขันที่ท้าทายโลดโผน ทำให้ได้ทั้งบทเรียนและการเติบโตไปพร้อมกัน

Celda 211 (2025) ห้องขัง 211

ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนหลงเข้าไปติดอยู่กลางเหตุจลาจลในเรือนจำจนต้องสวมรอยเป็นนักโทษเพื่อเอาตัวรอด ก่อนที่มรสุมในจิตใจและประสบการณ์การสูญเสียจะเผยด้านมืดเบื้องลึกออกมา

Eye Love You (2024)

เล่าเรื่องราวของยูริ โมโตมิยะ ซีอีโอชาวญี่ปุ่นวัย 30 ปี ที่มีความสามารถพิเศษ จากอุบัติเหตุที่ผ่านมา เธอสามารถได้ยินความคิดในใจของผู้คนได้ง่ายๆ เพียงสบตา อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้กลายเป็นภาระสำหรับยูริ เนื่องจากเธอถูกโจมตีด้วยความคิดที่เธอมักไม่อยากได้ยินอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่ง ชีวิตของเธอก็พลิกผันอย่างไม่คาดคิดเมื่อเธอได้พบกับ Yoon Tae-oh นักเรียนชาวเกาหลีวัย 26 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ที่ญี่ปุ่น แม้ว่าจะถูกดึงดูดด้วยบุคลิกที่ใจดีและมองโลกในแง่ดีของเขา ยูริก็เผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ เธอไม่เข้าใจความคิดของเขาเพราะเขาพูดภาษาเกาหลี อุปสรรคทางภาษานี้กลายเป็นอุปสรรคและเป็นตัวเร่งให้เกิดการเชื่อมต่อกัน ขณะที่ยูริและแทโอใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น พวกเขาก็พึ่งพารูปแบบการสื่อสารอื่นเพื่อลดช่องว่าง การเดินทางเพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกันนี้ไม่เพียงแต่เบ่งบานไปสู่ความโรแมนติกที่อบอุ่นใจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ยูริเอาชนะความกลัวความใกล้ชิดและค้นพบความปลอบใจในช่วงเวลาปัจจุบัน

Land of Tanabata (2024)

โยจิ มินามิมารุ ชื่อเล่นว่า นันมารุ นักศึกษาที่มีความสามารถเหนือธรรมชาติที่ทำให้เขาสามารถ “สร้างรูเล็กๆ บนอะไรก็ได้” ด้วยความสามารถที่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์นี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตที่คุกคามทั้งโลก

Densetsu no Head Sho (2024) บิ๊กบอสโช

อิจูอิน โช เป็นหัวหน้าแก๊งค์แกรนด์ครอส ซึ่งเป็นแก๊งค์อันธพาลที่มีสมาชิกมากกว่าพันคน ยามาดะ ทัตสึฮิโตะ เป็นเด็กรับใช้ที่ไร้ตัวตนในชั้นเรียนและเป็นเด็กชั้นต่ำสุดในโรงเรียน เมื่อโชต้องเข้าโรงพยาบาล เขาก็เสนอให้ทัตสึฮิโตะมาแทนที่เขาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อพักฟื้นเพื่อป้องกันไม่ให้แก๊งค์ตกอยู่ในความวุ่นวาย ทัตสึฮิโตะที่เปลี่ยนจากชีวิตที่ถูกกลั่นแกล้งมาเป็นหัวหน้าแก๊งค์อันธพาลต้องดิ้นรนเพื่อผ่านแต่ละวันไปโดยไม่ให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ทาคาฮาชิ ฟุมิยะรับบทบาทสองบทบาทในทั้งสองบทบาท

Tonari no Nurse Aide (2024) เรื่องสุดฉงนของยัยผู้ช่วยข้างห้อง

Sakuraba Mio ผู้มาใหม่ที่ได้รับมอบหมายให้ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ทั่วไปที่โรงพยาบาล Seirei Medical University อันทรงเกียรติ ไม่ได้เป็นทั้งแพทย์และพยาบาล แต่งานของเธอในฐานะผู้ช่วยพยาบาลทำให้เธอกลายเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุด มิโอะไม่ได้เป็นเพียงคนที่ใส่ใจเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ด้วย ดังนั้นเธอจึงมักจะเอาจมูกไปตรวจของแพทย์และมีปัญหากับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลคนอื่นๆ ในขณะเดียวกันริวซากิ ไทกะ ศัลยแพทย์สุดหล่อมากทักษะคิดว่าทักษะของแพทย์คือทุกสิ่งที่จะทำให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ ความเชื่อที่ตรงกันข้ามกับมิโอะของไทกะทำให้พวกเขามักจะปะทะกัน

Netflix ช่วยให้ภาษาอังกฤษของคุณพัฒนาได้อย่างไร?

อย่างที่เกริ่นเอาไว้ว่าการฝึกฝนภาษาอังกฤษสามารถทำได้จากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวนอกเหนือจากการเรียนรู้ในห้องเรียน ซึ่งแอปสครีมมิ่งอย่าง Netflix ก็มีหนัง ซีรีส์ การ์ตูนที่เป็นพากย์ภาษาอังกฤษอยู่เยอะมาก และมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาอย่างยิ่ง

1. เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ชอบ
หากเป็นคนชอบดูหนังหรือดูซีรีส์อยู่แล้ว การฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษจากสิ่งที่ชอบจะช่วยให้คุณรู้สึกสนุก ไม่น่าเบื่อ จากการได้ติดตามเนื้อเรื่องของซีรีส์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้มีส่วนช่วยพัฒนา English Skill ของคุณได้แบบก้าวกระโดดอย่างมาก

2. เข้าใจการใช้หลักภาษาที่เหมาะสม
Netflix จะใช้การสื่อสารทั่วไปที่พูดคุยกันตามปกติอยู่แล้ว จึงทำให้เราเข้าใจการใช้รูปประโยคภาษาอังกฤษที่เหมาะสมระหว่างบทสนทนา พร้อมทั้งยังรู้จักรูปประโยคที่หลากหลาย ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้กับการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตจริงได้นั่นเอง

3. เจอคำศัพท์แปลกใหม่
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ได้จากการรับชมหนัง Netflix ฝึกภาษาอังกฤษจะเป็นเรื่องของคำศัพท์แปลกใหม่ โดยอาจเป็นคำศัพท์ที่ไม่ได้พบเจอในบทเรียนมากนัก แต่คนฝรั่งอาจพูดคุยและใช้คำศัพท์เหล่านี้กันเป็นเรื่องปกติ เช่น คำแสลง คำเฉพาะ เป็นต้น ยังไม่นับคลังคำศัพท์ที่คุณไม่เคยรู้อีกมากมาย

4. ได้ฝึกฝนสำเนียงการพูดและการฟัง
ข้อดีของการใช้ Netflix ฝึกภาษานั่นคือ จะทำให้เราเข้าใจในสำเนียงที่แตกต่างกันของผู้คนในแต่ละพื้นที่ เช่น สำเนียงอังกฤษ สำเนียงอเมริกัน สำเนียงสกอต ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์จริงได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับการเลือกซี่รีส์ Netflix เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ

นอกจากทั้งเรื่องนี้แล้วก็ยังมีซีรี่ย์ฝึกภาษาอังกฤษ Netflix อีกหลายเรื่องที่น่าสนใจมาก ซึ่งเคล็ดลับในการเลือกซีรี่ส์สำหรับพัฒนาภาษาอังกฤษของตนเอง สามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้เลย

1. เน้นแนวซีรี่ส์ที่ชอบ
อยากฝึกภาษาอังกฤษ Netflix ก็ต้องเริ่มจากการเลือกแนวเรื่องที่ชอบ เพื่อความสนุกจากการได้ติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เป็นการฝืนรับชมจนสุดท้ายรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่ได้ประโยชน์ เพราะอาจไม่ได้ตั้งใจดูเท่าไหร่นัก

2. เน้นเนื้อหาที่เป็นปัจจุบัน
วิธีฝึกภาษาอังกฤษจาก Netflix ยังสามารถทำได้โดยการเลือกเนื้อหาของซีรี่ย์ หนัง หรือการ์ตูน ที่ดูเป็นปัจจุบัน (หมายถึงมีการออกฉายปีล่าสุด) เพราะเนื้อหาจะมีความทันสมัย มีการใช้คำศัพท์ที่ผู้ชมสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

3. เน้นเรื่องที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก
หากต้องการฝึกภาษาอังกฤษก็ควรเลือกเรื่องที่พูดสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะบางเรื่องเป็นซีรี่ย์สัญชาติอื่น เช่น สเปน อิตาลี ภาษาต้นฉบับที่ใช้ก็เป็นภาษาของประเทศผู้ผลิต แม้มีการแปลเป็น Subtitle อังกฤษ แต่สำเนียง การสื่อสาร และคำศัพท์อาจไม่ได้อรรถรสอย่างที่คาดหวัง

ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง คำว่า ‘ละคร’ กับ ‘ซีรีส์’

ที่เดิมทีน่าจะมีความหมายคล้ายคลึงเสียจนแยกจากกันไม่ขาด ในวันนี้กลับเกิดปรากฏการณ์ในทำนองของ ‘การแบ่งชนชั้น’ แบบกลายๆ ระหว่างสื่อบันเทิงไทยประเภทละครและซีรีส์ขึ้นมา หากอ้างอิงตามความหมายดั้งเดิม ละคร (โทรทัศน์) คือรายการโทรทัศน์ประเภทบันเทิงรูปแบบหนึ่งของไทย แบ่งออกเป็นตอนๆ ตามลำดับเรื่องราว โดยใช้นักแสดงชุดเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง ส่วนมากคำว่าละครมักถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘TV Drama’ หรือ ‘Soap Opera’ ที่แฝงความหมายของพล็อตที่มีความ ‘น้ำเน่า’ หากอิงตามลักษณะของละครไทยในยุคแรกๆ ที่ส่วนมากมีเนื้อหาเกี่ยวกับชนชั้นสูงในสังคมไทย พล็อตที่เดาทางง่าย และจุดจบแบบสุขนาฏกรรม (Happy Ending) ดังนั้น จะแปลเป็น Soap Opera หรือ Drama ก็ไม่ผิดนัก

ส่วนคำว่า ซีรีส์ (Series) ที่มาจากภาษาอังกฤษ ก็คือรายการโทรทัศน์ประเภทบันเทิงที่แบ่งเผยแพร่เป็นตอน (Episode) หลายตอนต่อเนื่องกัน โดยใช้นักแสดงและรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเรื่อง แม้จะแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ‘ละคร’ และมีความหมายคล้ายกับคำว่าละครโทรทัศน์ที่ฉายต่อกันเป็นตอนๆ แต่คำนี้กลับถูกดึงจากภาษาอังกฤษมาใช้เรียกทับศัพท์ด้วยนัยยะที่ต่างออกไป สันนิษฐานว่าคนไทยเพิ่งใช้คำว่าซีรีส์กันอย่างแพร่เป็นวงกว้างหลายได้ไม่เกิน 20 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงยุค 2545 เป็นต้นมา หลังจากที่สถานีโทรทัศน์หลายช่องได้นำ ‘ละครซีรีส์’ ของเกาหลีใต้ (และจีนบ้างประปราย) มาฉายออกอากาศในช่วงสายของวันหยุดเสาร์อาทิตย์จนได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้ง Autumn in My Heart ที่มาของคำว่า ‘พี่ชาย’ ที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง Winter Love Song ที่ปลุกกระแสเที่ยวเกาะนามิ ไปจนถึง Full House ที่ทำให้ เรน และ ซง เฮคโย ดังเป็นพลุแตก

หลังจากนั้นเราก็เริ่มได้ยินคำว่าซีรีส์ในภาษาไทยบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์เกาหลี ซีรีส์จีน ซีรีส์ฝรั่ง ฯลฯ ทำให้ (อาจ) กล่าวได้ว่าในช่วงแรก ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่าง ‘ละคร’ และ ‘ซีรีส์’ ก็คือแหล่งที่มาของละครเรื่องนั้นๆ หากเรียกว่าละครก็คือละครไทยทั่วๆ ไป ส่วนคำว่าซีรีส์นั้นสงวนไว้ใช้กับรายการของต่างประเทศเท่านั้น แต่แล้วจู่ๆ เส้นขีดแบ่งนิยามในภาษาไทยของทั้ง 2 คำก็เริ่มเบลอลง เมื่อไทยเราเองก็เริ่มหันมาผลิต ‘ซีรีส์’ เป็นของตัวเองบ้าง โดยในช่วงแรกมีทั้งเรื่องที่รีเมกจากบทละครของเกาหลี ไปจนถึงเรื่องที่มีบทละครออริจินัลเป็นของไทยเอง แต่เดิมคำว่า ‘THE SERIES’ เข้าไปท้ายชื่อ คาดว่าเพื่อเปลี่ยนกลุ่มผู้ชมเป้าหมายและทำการ Market Positioning ตนเองเสียใหม่ กลายเป็นว่าปัจจุบัน เมื่อผู้ชมได้ยินคำว่า ‘ซีรีส์’ รายการนั้นๆ จะให้ภาพของโปรดักชันที่ทันสมัยและเน้นความสมจริงคล้ายกับละครของต่างประเทศ ด้วยพล็อตที่มีความสัจนิยม (Realistic) กว่า และผู้ชมกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มประชากรที่อายุลดหลั่นลงมา เมื่อเทียบกับละครทั่วไป

น่าแปลกที่ประเทศต้นทางของสื่อกลุ่มที่เราเรียกว่า ‘ซีรีส์’ อย่างเกาหลี ไม่ว่าจะซีรีส์หรือละครก็ต่างถูกเรียกแบบทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า ‘ดราม่า’ (드라마) ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า ‘ละคร’ ในภาษาไทยมากกว่า และไม่มีคำศัพท์อื่นใดที่ใช้เรียกรายการโทรทัศน์ลักษณะนี้อีกแล้ว ไม่ว่าพล็อตหรือรูปแบบของละครเรื่องนั้นจะเป็นอย่างไร ในภาษาเกาหลี ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้ร่มเดียวกันคือดราม่า แล้วค่อยไปแยกย่อยอีกทีว่าเป็นละครประเภทไหน เช่น ละครย้อนยุคเรียกว่า ‘ซากึกดราม่า’ (사극 드라마) หรือ ละครเย็นทุนต่ำพล็อตเชยๆ เรียกว่า ‘มักจังดราม่า’ (막장 드라마) เป็นต้น พัฒนาการทางภาษาที่แบ่งแยก ‘ละคร’ และ ‘ซีรีส์’ ออกจากกันในภาษาไทย จึงถือเป็นปรากฏการณ์เอกลักษณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกภาษา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ได้มีบัญญัติคำแยกกันอย่างชัดเจนอย่างเป็นทางการ เส้นแบ่งนิยามจึงยังค่อนข้างพร่าเบลออยู่มาก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า นี่น่าจะเป็นประเด็นสนุกๆ ยังต้องครุ่นคิดและถกเถียงกันต่อ ซีรี่ย์ฝรั่งเป็นสื่อความบันเทิงที่ไม่เพียงแต่สนุกเท่านั้น แต่ยังมอบความรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ย์ที่เต็มไปด้วยความตลก ความเข้มข้นของดราม่า หรือความลึกลับของสืบสวน ซีรี่ย์ฝรั่งมีให้เลือกมากมายตามความชอบของแต่ละคน

[/read]

©CopyRight 2024 ดูหนังออนไลน์ฟรี nunghd.net