หนังญีปุ่น ไม่เพียงแต่เป็นความบันเทิงที่น่าตื่นเต้น แต่ยังเป็นประตูสู่วัฒนธรรมอันล้ำค่าของญี่ปุ่น ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานและมรดกทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย หนังญี่ปุ่นจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าค้นหาไม่ว่าจะเป็นหนังอนิเมะ หนังคนแสดง หรือหนังร่วมสมัย ทุกประเภทล้วนสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง มีประวัติอันยาวนานมาร่วมร้อยปี โดยภาพยนตร์เงียบเรื่องแรกของญี่ปุ่นคือภาพยนตร์เรื่อง Bake Jizo และ Shinin no sosei ภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1898 ส่วนหนังเสียงเรื่องแรกคือเรื่อง The Neighbor’s Wife And Mine (1931) กำกับโดย เฮอิโนสุเกะ โกโซ และมีการเกิดขึ้นของสตูดิโอยักษ์ใหญ่ในวงการช่วงนี้คือ นิกคัตสุ, โชชิกุ และ โตโอ (ตามลำดับ) หนังในยุคทศวรรษที่ 30 ถือเป็นยุคทองของภาพยนตร์ญี่ปุ่นทีเดียว โดยมีความหลายหลาย ตั้งแต่หนังซามูไร หนังเกอิชา หนังรัก หนังตลก จนถึงหนังเพลง ถึงแม้ญี่ปุ่นจะไม่ส่งหนังออกจำหน่ายนอกประเทศเท่าไร แต่ผู้ชมภายในประเทศในช่วงยุคทศวรรษที่ 30 มีการบันทึกว่าคนดูหนังชาวญี่ปุ่นมีจำนวนมากถึง 250 ล้านคนต่อปี
หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1937 ญี่ปุ่นทำสงครามอย่างเป็นทางการกับจีน ทำให้เกิดหนังโฆษณาชวนเชื่อและหนังปลุกใจรักชาติ โดยนักแสดงชื่อ โยชิโกะ ยามางุจิ ถือเป็นสัญลักษณ์ในช่วงนี้ หลังจากนั้นก็เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 สภาพสังคมบีบให้ภาพยนตร์ส่วนใหญ่เน้นโฆษณาชวนเชื่อ ดาราใหญ่ ๆ ก็ต้องไปเล่นหนังเนื้อหาปลุกใจประชาชน นอกจากหนังโฆษณาแล้ว รัฐยังเข้ามาแทรกแซงวงการภาพยนตร์ด้วยการเซ็นเซอร์อีกด้วย ภาพยนตร์ญี่ปุ่นในยุคทศวรรษที่ 1950 ถือเป็นยุคทองอีกช่วงหนึ่ง ในช่วงที่ญี่ปุ่นสูญเสียจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งญี่ปุ่นต้องการสร้างชาติกันใหม่อีกครั้ง รวมถึงวงการหนังด้วย ภาพยนตร์ในยุคนี้จะเน้นความเป็นประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ การปลดแอกสตรีเพศ และการต่อต้านศักดินาและระบอบทหาร เนื้อหาในหนังจะมีตัวละครค้นหาความเป็นมนุษย์ของตนเอง ผู้หญิงถูกสำรวจและชี้ให้เห็นถึงการถูกกดขี่ทางเพศ และทางออกของพวกเธอ นอกจากนี้หนังหลายเรื่องยังพูดถึงพิษภัยจากสงครามที่มีผลกระทบต่อประชาชนตาดำๆ การดิ้นรนต่อสู้กับความยากลำบาก
ในปี ค.ศ. 1951 ภาพยนตร์เรื่อง Rashomon กำกับโดย อากิระ คุโรซาวะ คว้ารางวัลสิงโตทองคำ ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิซ และรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากรางวัลออสการ์ ในยุคนี้มีผู้กำกับทั้งเก่าทั้งใหม่ อย่าง ยาสุจิโระ โอสุ, มิกิโอะ นารุเสะ, เคนจิ มิโซงุจิ, อากิระ คุโรซาวิ, คอง อิจิกาวา, มาซิกิ โคบายาชิ และ เคสุเกะ คิโนะชิตะ ทศวรรษหลังปี ค.ศ. 1950 มีผู้เข้าชมภาพยนตร์ญี่ปุ่นประจำปีมากที่สุดถึง 1.1 ล้านล้านคนในปี ค.ศ. 1958 ความนิยมแพร่หลายของโทรทัศน์ในทศวรรษที่ 1960 ทำให้ผู้ชมภาพยนตร์ลดลงและความแพร่หลายของวิดีโอในทศวรรษที่ 1980 โดยจำนวนลดลงไปจนเหลือ 150 ล้าน ยอดการออกฉายในภาพยนตร์ต่างประเทศและภาพยนตร์ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1987 มีจำนวน 370 เรื่อง โดยจำนวนภาพยนตร์ต่างประเทศมากกว่าภาพยนตร์ญี่ปุ่นมีสัดส่วน สำหรับในประเทศไทย ภาพยนตร์ญี่ปุ่นได้เข้ามาเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1897 เมื่อนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งได้นำเข้ามาฉายในประเทศไทย พร้อมกับจัดสร้างโรงภาพยนตร์ขึ้นมา เป็นกระโจมชั่วคราว ต่อได้พัฒนาเป็นโรงถาวรมีหลังคา มีม้านั่งเป็นแถวยาว จึงถูกเรียกขานว่า “โรงภาพยนตร์ญี่ปุ่น” ในย่านนอกกำแพงพระนครฝั่งตะวันออก เนื่องจากเป็นย่านเศรษฐกิจและมีผู้คนพลุกพล่าน รวมถึงยังมีบ่อนการพนันทั้งในย่านสะพานหันและสำเพ็งที่อยู่ใกล้เคียง ในเวลาต่อมาโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นได้หมดความนิยมลง จึงได้ถูกรื้อและสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ ในนาม “เวิ้งนาครเขษม” และได้มีการสร้างโรงภาพยนตร์ขึ้นมาใหม่ในชื่อ โรงภาพยนตร์นาครเขษม นับเป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรกในประเทศไทยอีกด้วย
[read more]
หมายถึง สื่อเนื้อหาภาพเคลื่อนไหวที่วาดด้วยมือหรือใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกจากประเทศญี่ปุ่น คำว่า อนิเมะ เป็นคำภาษาญี่ปุ่น ที่ดัดแปลงมาจากคำภาษาอังกฤษว่า แอนิเมชัน (animation) ซึ่งมาจากภาษาฝรั่งเศส อานีเม่ (animé) แปลว่าเคลื่อนไหว หรือภาพเคลื่อนไหว แต่ได้กลายความหมายจนเป็นคำเฉพาะของภาษาญี่ปุ่น ที่ใช้สื่อถึงสื่อภาพยนตร์การ์ตูน (Animated media) ทุกรูปแบบ[1] ภายนอกประเทศญี่ปุ่น อนิเมะหมายถึงภาพยนตร์การ์ตูนสัญชาติญี่ปุ่น หรือภาพยนตร์การ์ตูนที่มีลักษณะของเอกลักษณ์ทางศิลปะเหมือนกับภาพยนตร์การ์ตูนที่ผลิตในญี่ปุ่น[2] อนิเมะส่วนใหญ่จะวาดขึ้นด้วยมือ แต่ปัจจุบันมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยสร้างอนิเมะอย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่แล้ว อนิเมะเป็นสื่อที่สร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงเหมือนภาพยนตร์ โดยมีเนื้อเรื่องที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมประเภทต่าง ๆ ทั้งที่เป็นนวนิยาย หรือจากสื่อหนังสือการ์ตูนมังงะ ซึ่งทำให้อนิเมะมีเนื้อเรื่องที่หลากหลายและครอบคลุมแนววรรณกรรมเกือบทุกประเภท รวมไปถึงประเภทสื่อลามก อนิเมะมักถูกสร้างขึ้นเป็นตอน ๆ เพื่อฉายทางโทรทัศน์เป็นรายสัปดาห์ ส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องยาวเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ และอีกส่วนหนึ่งถูกสร้างเป็นตอน ๆ เพื่อขายตรงในรูปแบบดีวีดี วีซีดี หรือวีดิโอ ซึ่งเป็นการทำตอนเฉพาะที่ไม่ได้ออกอากาศ เรียกว่า โอวีเอ (Original Video Animation) และปัจจุบันก็มีเนื้อหาที่เผยแพร่โดยตรงผ่านอินเทอร์เน็ต เรียกว่า ONA (Original Net Animation) ด้วย นอกจากนี้ยังมีอนิเมะที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์อีกด้วย ปัจจุบันมีจำนวนอนิเมะที่ถูกสร้างในประเทศญี่ปุ่นราว 500 เรื่องต่อปี
ประเทศญี่ปุ่นเริ่มผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1917 แต่ภาพลักษณ์ในฐานะสื่อสำหรับเด็กของภาพยนตร์การ์ตูนทำให้การเผยแพร่ยังมีอยู่อย่างจำกัด และแผ่นดินไหวใหญ่ในที่ราบคันโตเมื่อ ปี 1923 ทำให้สตูดิโอและงานในยุคแรกเริ่มถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก. การ์ตูนอนิเมะเรื่องยาวเรื่องแรก คือ โมโมทาโร่ อุมิโนะชินเปอิ (桃太郎 海の神兵) หรือ โมโมทาโร่ ทหารเทพแห่งท้องทะเล ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยราชนาวีของจักรวรรดิ์ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1944 เพื่อใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อในระหว่างสงคราม. พอถึงยุคหลังสงครามความนิยมในภาพยนตร์แอนิเมชันก็ได้รับการฟื้นฟูเป็นลำดับ. จนกระทั่งในทศวรรศที่ 1960 นักสร้างแอนิเมชันอย่าง เทะซิกะ โอซามุ ได้บุกเบิกเทคนิคในการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนในญี่ปุ่น โดยการศึกษาเลียนแบบเทคนิคของนักทำแอนิเมชันของดิสนีย์และคิดหาทางลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายลง. ผลงานของโอซามุได้รับความนิยมแพร่หลายไปนอกประเทศญี่ปุ่น และได้รับฉายทั้งในอเมริกาและประเทศในยุโรปหลายเรื่อง. พอถึงปลายปี 1970 ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นได้พัฒนาลักษณะเฉพาะตัวขึ้นจนสามารถแบ่งแยกออกจากภาพยนตร์การ์ตูนของสหรัฐอเมริกาได้อย่างชัดเจน. ในทศวรรษที่ 1980 อนิเมะได้รับความนิยมกว้างขวางในญี่ปุ่น ทำให้ธุรกิจการสร้างอนิเมะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และในทศวรรษที่ 1990 และ 2000 ชื่อเสียงของอนิเมะได้แพร่ขยายไปยังนอกประเทศญี่ปุ่น พร้อม ๆ กับการขยายตัวของตลาดอนิเมะนอกประเทศสำหรับคนที่ชื่นชอบ.
หนังคนแสดงญี่ปุ่นก็ไม่น้อยหน้า ไม่ว่าจะเป็นหนังรัก หนังระทึกขวัญ หรือหนังประวัติศาสตร์ หนังญี่ปุ่นเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและฉากที่สวยงาม ไลฟ์แอ็กชันเป็นรูปแบบหนึ่งของการถ่ายภาพยนตร์หรือวิดีโอที่ใช้การถ่ายภาพแทนแอนิเมชั่นผลงานบางชิ้นรวมไลฟ์แอ็กชันเข้ากับแอนิเมชั่นเพื่อสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นไลฟ์แอ็กชัน ไลฟ์แอ็กชันใช้เพื่อกำหนดภาพยนตร์ วิดีโอเกม หรือสื่อภาพที่คล้ายกัน แอนิเมชั่น ที่สมจริงโดยเฉพาะแอนิเมชั่นคอมพิวเตอร์ สมัยใหม่ มักถูกอธิบายอย่างผิดพลาดว่าเป็น “ไลฟ์แอ็กชัน” เช่นในกรณีของรายงานสื่อบางฉบับเกี่ยวกับการสร้างใหม่ ของดิสนีย์ สำหรับภาพยนตร์แอนิเมชั่นแบบดั้งเดิม เรื่อง The Lion Kingเมื่อปี 1994 ตามพจนานุกรมภาษาอังกฤษของเคมบริดจ์ไลฟ์แอ็กชันเกี่ยวข้องกับ “ผู้คนหรือสัตว์จริง ไม่ใช่โมเดล หรือภาพที่วาดหรือสร้างด้วยคอมพิวเตอร์” เนื่องจากกระบวนการปกติของการสร้างสื่อภาพเกี่ยวข้องกับการแสดงสด คำศัพท์นี้จึงมักไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม คำศัพท์นี้มีความแตกต่างที่สำคัญในสถานการณ์ที่ปกติแล้วอาจคาดหวังให้เกิดแอนิเมชั่น เช่น เมื่อผลงานดัดแปลงมาจากวิดีโอเกมหรือจากการ์ตูนแอนิเมชั่น
หนังร่วมสมัยญี่ปุ่นเป็นการสะท้อนสังคมญี่ปุ่นในปัจจุบัน ได้เห็นวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในยุคใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างคนในสังคม และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมญี่ปุ่น หนังร่วมสมัยญี่ปุ่นเต็มไปด้วยความน่าสนใจและทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นในปัจจุบัน คำว่า Contemporary ในวงการภาพยนตร์หมายถึง “ร่วมสมัย” ซึ่งใช้เพื่ออธิบายหนังที่มีเนื้อหา รูปแบบ หรือสไตล์ที่เกี่ยวข้องกับยุคปัจจุบัน หรือสะท้อนถึงสังคม วัฒนธรรม และแนวคิดในช่วงเวลาที่ภาพยนตร์ถูกสร้างขึ้น เนื้อหาและธีมที่เกี่ยวข้องกับยุคปัจจุบัน หนัง Contemporary มักจะพูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสังคม ณ ขณะนั้น เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี หรือชีวิตประจำวันของคนในยุคนั้น ตัวอย่างเช่น The Social Network (2010) ที่พูดถึงการเกิดขึ้นของ Facebook หรือ Don’t Look Up (2021) ที่เสียดสีสังคมและการเมืองร่วมสมัย การนำเสนอที่เน้นความสมจริง (Realism) หนังประเภทนี้มักใช้วิธีการถ่ายทำและเล่าเรื่องที่ให้ความรู้สึกสมจริง เช่น การใช้กล้องแบบแฮนด์เฮลด์ หรือโทนสีที่ใกล้เคียงกับโลกความเป็นจริง ตัวละครที่สะท้อนถึงคนยุคปัจจุบัน ตัวละครมักจะมีบุคลิก ทัศนคติ หรือปัญหาที่สอดคล้องกับคนในสังคมร่วมสมัย เช่น หนังดราม่าครอบครัวที่พูดถึงปัญหาชีวิตคู่และความสัมพันธ์ในยุคปัจจุบัน
ในดินแดนที่เคยถูกครอบงำโดยมนุษย์หมาป่า ดรูว์ เฟอร์ราน วัย 16 ปี ตระหนักว่าเขาเป็นสมาชิกคนสุดท้ายในสายเลือดมนุษย์หมาป่าที่สืบต่อกันมายาวนาน ดรูว์ต้องเผชิญหน้าและล้มล้างการปกครองแบบเผด็จการของเหล่าไลอ้อนลอร์ด และยึดบัลลังก์คืนในฐานะราชาหมาป่าตามกฎหมาย
My Adventures with Superman Season 1 (2023) ผจญภัยกับยอดมนุษย์ซูเปอร์แมน ซีซั่น 1
เคนท์สร้างตัวตนที่แท้จริงของเขาในฐานะซูเปอร์แมนและสวมบทบาทเป็นฮีโร่ของเมืองเมโทรโพลิส พร้อมทั้งแบ่งปันการผจญภัยและตกหลุมรักลอยส์ นักข่าวสืบสวนสอบสวนชื่อดัง ผู้ซึ่งยังรับจิมมี่ โอลเซ่นไว้ภายใต้การดูแลของเธอด้วย
Creature Commandos (2024) กำลังพลคนปีศาจ
เป็นซีรีส์ตลกซูเปอร์ฮีโร่แอนิเมชั่นปี 2024 ที่สร้างจากCreature CommandosจากDC Comics ซีรีส์ นี้ได้รับการพัฒนาโดยJames Gunnและเป็นภาคแรกของแฟรนไชส์ DC Universe ที่รีบูตจาก DC Studios Bobbypills ( Captain Laserhawk: A Blood Dragon Remix ) จัดทำแอนิเมชั่นให้กับซีรีส์นี้ นำแสดงโดยFrank Grillo , Maria Bakalova , Indira Varma , Zoë Chao , Alan Tudyk , David HarbourและAnya Chalotra ผู้ที่กลับมาจาก ผลงานDC ก่อนหน้านี้ของ Gunn ได้แก่Steve Agee , Sean GunnและViola Davis หลังจากกิจกรรมของเธอในการปฏิบัติการTask Force Xถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ Amanda Waller (Davis) พบว่าตัวเองถูกบังคับให้รวบรวมทีมใหม่สำหรับภารกิจปฏิบัติการลับที่มีความเสี่ยงสูงโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่อนุญาตให้ใช้ผู้ต้องขังมนุษย์วิธีแก้ปัญหาของเธอคือการแลกเปลี่ยนซูเปอร์วิลเลนที่ถูกบังคับเพื่อสัตว์ประหลาดตัวจริง ภายใต้การนำของ Rick Flag Sr. (Grillo) ทีมที่ไม่น่าจะเป็นไปได้จะต้องปกป้องเจ้าหญิง (Bakalova) ของประเทศในยุโรปที่อยู่ห่างไกล Pokolistan จากกองกำลังติดอาวุธที่รุกราน โดยต้องต่อสู้ไม่เพียงกับแม่มด Circe (Chalotra) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ประหลาดของ Frankenstein (Harbour) เองด้วย ซีรีส์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของบทแรกของ Gunn สำหรับแฟรนไชส์นี้ซึ่งมีชื่อว่าGods and Monsters อย่างเหมาะสม ออกอากาศครั้งแรกทางMaxเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2024 กำลัง พัฒนาซีซันที่สอง
Blue Eye Samurai (2023) ซามูไรตาฟ้า
อย่างที่หลายคนรู้กัน เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับซามูไรส่วนใหญ่มักมีผู้ชายเป็นตัวเอกของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ระดับตำนานทั้งหลายของ อากิระ คุโรซาวะ, The Last Samurai (2003) ของ Edward Zwick หรือ Samurai Jack (2001-2017) ของ Genndy Tartakovsky ก็ล้วนอยู่ในแนวทางนี้เช่นเดียวกัน แต่ Blue Eye Samurai ซึ่งเป็นแอนิเมชันซีรีส์ที่ผลิตโดยสหรัฐอเมริกา และเป็นผลงานการกำกับของ Michael Green กับ Amber Noizumi ที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น กลับวางตำแหน่งนั้นให้กับผู้หญิงแทน ซึ่งถ้าว่ากันตามหน้าประวัติศาสตร์ ซามูไรที่เป็นผู้หญิงหรือชาวต่างชาติล้วนมีอยู่จริง แต่คนที่มีส่วนผสมของทั้งสองอย่างนั้นไม่เคยมีมาก่อน ความแปลกใหม่นี้จึงกลายเป็นเสน่ห์ทันทีที่แอนิเมชันเริ่มบอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางที่เต็มไปด้วยซากศพและคราบเลือดอันเนื่องมาจากคมดาบของเธอ
ว่าด้วยเรื่องราวของ มิสึ (Maya Erskine) ซามูไรลูกครึ่งที่ออกพเนจรโดยหมายมั่นที่จะล้างแค้นพ่อของตนเอง ทว่าเป้าหมายที่วางเอาไว้กลับไม่ได้มีแค่คนเดียว เมื่อเธอพบว่าในประเทศญี่ปุ่นมีคนขาวอยู่ 4 คน และมิสึเองก็ไม่รู้ว่าใครคือพ่อที่แท้จริงของเธอ สิ่งเดียวที่หญิงสาวรู้คือ เธอต้องตามหาพวกเขาให้เจอเพื่อถามหาความจริงจากปากว่า ใครคือคนที่ข่มขืนผู้หญิง หรือก็คือแม่ของเธอ จนทำให้กำเนิด ‘สัตว์ประหลาด’ ที่น่ารังเกียจขึ้นมา ทั้งนี้ ไฟแค้นของเธอซึ่งเป็นแกนหลักของเรื่องราวก็ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ผลักดันการเดินทางเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงผลกระทบของมันอย่างมหาศาลที่ในหลายๆ ครั้งนอกจากจะลากมิสึให้จมลงไปยังก้นเหวของการเข่นฆ่าที่ไม่รู้จักจบสิ้นแล้ว ความแค้นของเธอยังทำให้ชีวิตผู้คนและสถานการณ์โดยรอบลุกไหม้ตามไปด้วย แม้บางครั้งจะเป็นความปรารถนาดีก็ตาม
ทาโร่ ซากาโมโตะคือสุดยอดนักฆ่าที่เหล่าร้ายเกรงขามและนักฆ่าที่ชื่นชม แต่แล้ววันหนึ่ง…เขาก็ตกหลุมรัก! การเกษียณอายุ การแต่งงาน การเป็นพ่อ และแล้ว…ซากาโมโตะก็อ้วนขึ้น! ชายอ้วนเจ้าของร้านในละแวกนั้นจริงๆ แล้วเป็นอดีตมือปืนในตำนาน! เขาสามารถปกป้องครอบครัวของเขาจากอันตรายได้หรือไม่ เตรียมพบกับซีรีส์ตลกแอคชั่นแนวใหม่!
Dragon Ball DAIMA (2024) ดราก้อนบอล ไดมะ
เกิดหลังจากที่โกคูปราบจอมมารบูได้สำเร็จทันที หลังกลายร่างเป็นตัวเองในเวอร์ชันมินิอย่างเป็นปริศนา โกคูและเพื่อนๆ จึงเดินทางมุ่งหน้าไปยังโลกปีศาจเพื่อสืบหาความจริงและหาวิธีเปลี่ยนกลับเป็นร่างเดิม
Wind Breaker (2024) วินด์เบรกเกอร์
ตั้งแต่เด็ก ฮารูกะ ซากูระ มักถูกมองว่าเป็นคนนอกกลุ่ม เนื่องจากรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากคนทั่วไปและขาดทักษะในการเข้าสังคม อย่างไรก็ตาม การถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายทำให้เขาเป็นนักสู้ที่มีฝีมือซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เขายึดถือ ซากูระตัดสินใจเข้าเรียนที่โรงเรียนฟูรินเพราะได้ยินข่าวลือว่าโรงเรียนแห่งนี้ให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งมากกว่าผลการเรียน ซากูระจึงตั้งเป้าหมายไว้เพียงอย่างเดียว นั่นคือการเป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดของโรงเรียน หลังจากเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทบนท้องถนนก่อนวันเข้าเรียนเพียง 1 วัน ซากูระก็ได้พบกับกลุ่มนักเรียนที่กำลังจะเข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกัน
The Fable (2024) โหดไม่ถามชื่อ
เป็นซีรีส์มังงะญี่ปุ่นที่เขียนและวาดภาพประกอบโดยคัตสึฮิซะ มินามิ (南勝久) ถูกตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องลงในนิตยสารยังแมกกาซีนรายสัปดาห์ นิตยสารแนวเซเน็งของสำนักพิมพ์โคดันชะ ตั้งแต่พฤศจิกายน 2557 ถึงพฤศจิกายน 2562 และต่อมาได้รวบรวมเป็นฉบับรวมเล่ม (ทังโกบง) ทั้งหมด 22 เล่ม “โหดไม่ถามชื่อ: The Second Contact” เป็นภาคต่อที่สองตีพิมพ์ลงในนิตยสารยังแมกกาซีนรายสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 จนถึงเดือนกรกฎาคม 2566 ซีรีส์ภาคต่อที่สามชื่อ “โหดไม่ถามชื่อ: The Third Secret” เริ่มตีพิมพ์เป็นตอนในเดือนมีนาคม 2568 ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 และมีภาคต่อเข้าฉายในเดือนมิถุนายน 2564 ถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะทางโทรทัศน์ ผลิตโดยเทซูกะโปรดักชัน ออกอากาศระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน 2567
ณ เดือนมิถุนายน 2567 มังงะเรื่องนี้มียอดจำหน่ายทะลุ 25 ล้านเล่มทั่วโลก ทำให้เป็นหนึ่งในซีรีส์มังงะที่ขายดีที่สุด ในปี 2560 โหดไม่ถามชื่อ ได้รับรางวัลโคดันชะมังงะอวอร์ด ครั้งที่ 41 ในประเภททั่วไป โหดไม่ถามชื่อ เล่าเรื่องราวของ “เฟเบิล” นักฆ่ามืออาชีพผู้เย็นชาและเก่งกาจ เขาเป็นที่หวาดกลัวของเหล่าคนในวงการอันธพาล นักการเมือง และบุคคลสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น อาวุธคู่กายของเขาคือปืนพกไนท์ฮอว์คสีเทาเข้ม นักฆ่าอัจฉริยะผู้นี้มีความสามารถพิเศษในการสังหารเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบในระยะ 6 ฟุตภายในเวลาเพียง 6 วินาที หากเขารู้สึกว่าจำเป็นต้องลงมือ แต่แล้ววันหนึ่ง เขาก็ได้รับคำสั่งจากผู้ว่าจ้างให้พักงานทั้งหมด และใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา โดยต้องไปหลบซ่อนตัวอยู่ในแก๊งยากูซ่าแห่งโอซากะ ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด นั่นคือ ห้ามฆ่าหรือทำร้ายใครเด็ดขาด เป็นเวลา 1 ปี
Orb On the Movements of the Earth (2024) สุริยะปราชญ์-ทฤษฎีสีเลือด
เรื่องราวมีฉากใน “อาณาจักร P” ในศตวรรษที่ 15 ผู้ที่เสนอแนวคิดที่ขัดแย้งกับคำสอนของ “ศาสนา C” เช่น การที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ จะถือว่าเป็นพวกนอกรีต และถูกทรมานหรือถูกมัดกับเสาแล้วเผาไฟ ราฟาลเด็กอัจฉริยะผู้มีความสนใจในดาราศาสตร์ ถูกบังคับโดยฮูเบิร์ดผู้เป็นนักวิชาการและพวกนอกรีตให้ช่วยเหลือตนในการวิจัยทฤษฎี “เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของโลก” เมื่อโนวาคผู้เป็นนักไต่สวนพบแผนภาพที่ราฟาลวาดขึ้นซึ่งแสดงแบบจำลองของทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ฮูเบิร์ตอ้างว่าตนเป็นผู้วาดแผนภาพนั้นจึงถูกประหารชีวิต โดยส่งต่อจี้ห้อยคอรูปทรงกลมให้ราฟาล ราฟาลใช้จี้ห้อยคอในการตามหาเอกสารวิจัยทฤษฎีของฮูเบิร์ตที่ซ่อนไว้ ราฟาลสานต่องานวิจัยของฮูเบิร์ต แต่โปท็อตสกีบิดาบุญธรรมของราฟาลแจ้งความเรื่องที่ราฟาลวิจัยทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ในระหว่างการไต่สวน ราฟาลปฏิเสธที่จะล้มเลิกทฤษฎี จากนั้นราฟาลจึงฆ่าตัวตายด้วยการกลืนเมล็ดฝิ่น
สิบปีต่อมา ออคกีและกลาสนักประลองสองคนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่คุมตัวคนนอกรีตคนหนึ่ง ระหว่างการเดินทางด้วยรถ คนนอกรีตได้เผยที่ซ่อนของงานวิจัยให้กับทั้งสองคน แล้วคนนอกรีตก็ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องออคกีจากโนวาค ออคกีและกลาสตัดสินใจไปหาเบอร์เดนีนักบวชที่ถูกลดขั้นเพื่อให้ช่วยทำความเข้าใจเนื้อหาของงานวิจัย ขณะทั้งคู่กำลังข้ามสะพาน สะพานก็ถล่มลงไป กลาสฝากฝังภารกิจและจี้ห้อยคอให้กับออคกีก่อนจะตกสะพานจนเสียชีวิต ออคกีมาพบกับเบอร์เดนี เบอร์เดนีตกลงที่จะไปดูเนื้อหางานวิจัยแลกเปลี่ยนกับการที่ออคกีสานต่องานสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ของกลาสต่อไป เบอร์เดนีเห็นว่าเอกสารวิจัยมีเนื้อหาที่ไม่สมบูรณ์และต้องการจะใช้บันทึกเพิ่มเติม เบอร์เดนีและออคกีจึงติดคำถามไว้ที่กระดานสาธารณะในเมือง แล้วได้พบกับเด็กสาวชื่อโยลันดาซึ่งติดคำตอบของคำถามในวันเดียวกันนั้น โยลันดาผู้เป็นนักวิจัยตกลงที่จะร่วมมือกับทั้งสองโดยแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกับปิอาสต์ที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างแรงกล้าของแบบจำลองทอเลมี หลังจากที่ออคกีสังเกตเห็นการเต็มดวงของดาวศุกร์ ปิอาสต์จึงตกลงที่มอบสิทธิ์ในการเข้าถึงบันทึกของตนแก่ทั้งกลุ่ม เบอร์เดนีใช้บันทึกของปิอาสต์มาเสริมข้อมูลการวิจัยจนสามารถทำให้ทฤษฎีสมบูรณ์เป็นผลสำเร็จ
[/read]